อำเภอเชียงแสน

เชียงแสน ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากทางหน่วยงานราชการ เช่น สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน เชียงแสนกำลังจะถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและเมืองท่าของเขตเศรษกิจพิเศษ โดยมรกิจกรรมหลักดังนี้ พื้นที่ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ , พื้นที่แสดงศิลปวัฒนธรรม/หัตถกรรม , พื้นที่พัฒนาเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ/พักผ่อน , พื้นที่โรงแรม , พื้นที่ศูนย์การค้าและอาหาร กิจกรรมรองคือ พื้นที่ธุรกรรมการเงิน กิจกรรมสนับสนุนที่จะทำให้เชียงแสนเป็นเมืองท่าของเขตเศรษฐกิจพิเศษคือ สำนักงานเขตเศรษฐกิจพิเศษ (OSS), ระบบขนส่งเชื่อมโยง

วิดีทัศน์

การพัฒนาด้านการค้า

มูลค่าการค้าชายแดนที่เชียงแสนกับคู่ค้าทั้ง 3 ประเทศ คือ พม่า ลาว และจีน ในปี 2545 มีปริมาณ 3,512.28 ล้านบาท การขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 166.98 ต่อปี (2540-2545) และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศคู่ค้าที่สำคัญที่สุดคือ จีน มีมูลค่าการค้าชายแดนขยายตัวโดยเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 100 ต่อปี รองลงมาเป็นลาวและพม่า ตามลำดับ ทั้งนี้เพราะเชียงแสนสามารถค้าขายโดยตรงกับจีนตอนใต้ผ่านทางแม่น้ำโขง โดยสินค้านำเข้าและส่งออกกับจีนนั้นเป็นสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป ซึ่งปัจจุบันนิยมขนส่งทางแม่น้ำโขงมากขึ้น ด้านการค้าและบริการ เชียงแสนมีมูลค่าการจดทะเบียนการค้านับตั้งแต่ปี 2540-2544 ถึง 87.43 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านบริการนำเที่ยวและการนำเข้า-ส่งออกสินค้า และเป็นสาขาที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2544

การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว

เชียงแสนมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย แหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพการพัฒนาสูงและจะมุ่งเน้นเพื่อสร้างแรงดึงดูดทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ คือ สามเหลี่ยมทองคำ การล่องเรือตามแม่น้ำโขงเชื่อม 4 ประเทศ และเมืองโบราณ นอกจากนี้เชียงแสนยังมีศักยภาพสูงในการพัฒนาท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 3 ประเทศ ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยเฉพาะการพัฒนาเชื่อมโยงจีน ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

การพัฒนาด้านอุตสาหกรรม

การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เชียงแสนยังมีไม่มากนัก มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 92 โรงงาน ประกอบด้วยอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ เซรามิคและแก้ว อบพืชและเมล็ดพืช แร่และโลหะ ซ่อมและทำชิ้นส่วนเครื่องจักรกลและงานโลหะ โดยส่วนใหญ่เป็นโรงงานสีข้าวและบ่มใบยาสูบ มีจำนวนถึง 75 โรง จากการศึกษาอุตสาหกรรมที่ควรมีในเขตเศรษฐกิจพิเศษ พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้พัฒนาในเขตเศรษฐกิจพิเศษประกอบด้วย อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และอุตสาหกรรมบริการการขนส่ง เป็นต้น ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมทั่วไป คือ อบพืชผักผลไม้และเมล็ด หัตถกรรม ประกอบชิ้นส่วน ปศุสัตว์อุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้างและเครื่องมือการเกษตร

การพัฒนาด้านการเกษตร

เกษตรเป็นฐานการผลิตหลักในปัจจุบัน ครัวเรือนเกษตรกรคิดเป็นร้อยละ 62.6 ของครัวเรือนทั้งหมด และมีพื้นที่การเกษตรประมาณ 137,837 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 40.34 ของพื้นที่ทั้งหมดของอำเภอ พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว (นาปี) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผักกาดเขียวปลี และไม้ผล เช่น ส้มเขียวหวาน มะม่วง และลำไย ทั้งนี้การพัฒนาการเกษตรเพื่อสนองตอบอุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตรและการค้านั้น ควรขยายพื้นที่ทำการเกษตรและชลประทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และมุ่งเน้นการพัฒนาพืชเศรษฐกิจที่สำคัญในการส่งออก เช่น ข้าวคุณภาพดี

การพัฒนาระบบคมนาคมเชื่อมโยง

เชียงแสนตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำโขง ทางทิศใต้เป็นบริเวณสามเหลี่ยมทองคำซึ่งเป็นจุดบรรจบพรมแดนระหว่างไทย-ลาว-พม่า มีการใช้เส้นทางน้ำในการข้ามแดนและการขนส่ง ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับระบบคมนาคมทางบก เข้าสู่ศูนย์กลางของจังหวัดได้ด้วยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 และหมายเลข 1016 ซึ่งการพัฒนาเพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษจะต้องปรับปรุงถนนชุมชน และขยายทางหลวงหมายเลข 1016 1129 และปรับปรุงถนนเลี่ยงเมือง สำหรับการพัฒนาเส้นทางขนส่งสินค้าตามลำน้ำโขงจากเชียงแสนไปถึงเมืองซือเหมา และเชียงรุ่งของจีน ปัจจุบันยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากเกาะแก่งในลำน้ำมีจำนวนมากเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือขนส่งขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีการปรับปรุงร่องน้ำตามความตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง/แม่น้ำโขงตอนบน คาดว่าจะแล้วเสร็จโครงการในระยะที่ 1 ภายในเดือนเมษายน ปี 2546 ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับเรือบรรทุกขนาด 150 ตัน

ขั้นตอนสำหรับนักลงทุน

Translate »

Enter your keyword